Watcharawuth's profileWatcharawuth's online No...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Watcharawuth's online NotesSpace Physics, Computer, History |
|||
|
June 01 รายงานการเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ 2 วันสุดท้ายที่คาดไม่ถึงและแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ Newark, Delaware สำหรับทริปนี้ วันนี้มีนัดต้องไปปรึกษากับ โปรเฟสเซอร์ แต่ก่อนจะไปก็ขอเก็บภาพ เช้าวันอากาศดีๆ เสียหน่อยแล้วก็มาถึง Sharp Lab จนได้(ภาพสุดท้าย) วันนี้ต้องคืนกุญแจตึกและบัตร UD1Card แล้วก็ไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษา ยังเสียดายอยู่ที่สั่งของฝากจากเมืองไทยแล้ว ของไม่มาสักที ไม่รู้ไปอยู่ไหน คงจะต้องส่งของฝากมาให้ทุกคนทีหลังเสียแล้ว แต่พอกลับจากปรึกษากับจอห์นเป็นครั้งสุดท้ายของทริป มาที่โต๊ะก็ได้รับอีเมล์ จาก เจนนิเฟอร์(เจ้าหน้าที่ธุรการ) ให้ไปรับพัสดุ ก็อารามวิ่งขึ้นไป จนโอ้!!! พบแล้ว หลังจากรอมานานหลายวัน เจ้ากล่องพัสดุบรรจุของที่ระลึกมาในคราบของกล่องไปรษณีย์ไทย ท่าทางน่าสงสัย แถมยังมีร่องรอยถูกตรวจค้นของด้านในด้วยซ้ำ แสดงว่ากล่องมันน่าสงสัยมากจนต้องแกะตรวจกันเลยทีเดียว(ทำไม่สแกนเอา หรือว่ามันสแกนเอาน่อ) ทำให้ของส่งมาช้านี่เอง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาหรือมาหลังจากอาทิตย์นี้ ว่าแล้วก็จัดแจงแจกจ่ายของที่ระลึกให้เจ้าหน้าที่และโปรเฟสเซอร์ทั้งหลายที่รู้จักกัน รวมทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนไทยแห่ง U of Delaware เสียด้วยจากนั้นก็กลับมาเก็บของ รอเอาเงินค่าประกันคืนด้วยใจระทึกกลัวว่าเค้าจะหักค่าของเสียหาย แต่สุดท้ายก็รอดได้ของมาเต็มจำนวนน ตั้งนาฬิกาปลุกตี 2 เพราะนี้ดกับปอยจะมารับตอนตี 4 แต่ดด้วยความดีใจหรือตื่นเต้นอะไรไม่รู้ ขนาดกินยานอนหลับแล้วก็ไม่หลับ ดันมาหลับเอาตอนเกือบห้าทุ่ม ก็หลับไป สะดุ้งตื่นมาอีกทีด้วยเสียงโทรศัพท์(อ่าวแล้วทำไม่มีเสียงปลุก) ปอยโทรมาบอกว่าตีสี่แล้ว จะออกจากบ้านมารับแล้ว เห??? อำรึเปล่า หรือว่าฝันไป??? บ้าน่าพึ่งหลับไปเมื่อกี้เองนะ จะตีสี่ได้ไง กดเชคเวลาในโทรศัพท์ ตีสี่แล้วจริงๆ ด้วย !!!!!!!รายงานการเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ 1 สัปดาห์สุดท้ายอันยุ่งยาก
หลังจากสัปดาห์อันยุ่งยาก ทั้งการแกะและถอดจักรยานพี่แป้ง ที่ร่ำๆ ว่าจะถอดส่งทางไปรษณีย์ UPS แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถหากล่องที่มีขนาดพอเหมาะกับจักรยาน ถ้าจะซื้อกล่องสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ คุณลูกค้าที่ New Hamshire ก็ไม่เอาอีกดังนั้นจึงต้องประกอบจักรยานกลับเข้าสู่สภาพเดิม แต่ทว่า.... เนื่องจากอุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้โซ่จักรยานพลิกกลับไป เป็นปมที่ผิดปกติ ทำกลับยังไงก็ไม่ได้ ค้นหาคำตอบผ่านลุงกูเกิล ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แถมยังได้คำตอบมาอีกว่า ได้ปมแบบที่เราเจอน่ะ ถ้าโซ่ยังติดอยู่กับตัวล๊อคน่ะ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น?!!!!! อ้าว ก็มันเป็นไปแล้วอ่ะ
เห็นกับตาก็รู้ว่ามันเกิดจากการบิดเข้ามาด้านเดียวกันแน่นอน แต่ว่าเนื่องจากโซ่จักรยานไม่ใช่เชือกกล้ว จะให้บิดกลับง่ายๆ ต้องใช้กำลัง สเปซ กันพอตัว กว่าจะบิดกลับได้ก็ใช้เวลาพอสมควร จนในที่สดก็ประสบความสำเร็จ T_T เย้ ไม่พังแล้ว จากนั้นก็จัดแจงถ่ายรูปประกาศขายใน UD classified ซึ่งเป็นระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าของมหาวิทยาลัย ในนี้มีทั้ง ประกาศพาหนะ ตั้งแต่จักรยาน มอเตอร์ไซด์ ไปถึงรถยนต์ ประกาศหาที่พัก ประกาศหารูมเมท ประกาศคนมาเช่าห้องต่อ ประกาศขายอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ ประกาศหางานพิเศษทำ ฯลฯ ทันทีที่ประกาศไปตอนเที่ยงคืนวันอังคาร ก็มีคนมาขอดู เรารึก็ตั้งราคาไว้ 149 USD พี่ก็ต่อซะเหลือ 70 เราบอกหยวนๆ น่าราคานี้ไม่ได้นะ มีคนฝากขาย เจ้าของเค้าไม่อยากได้ต่ำกว่า 120 USD(^_^) พี่ก็นัดเวลามาดูจักรยาน พอมาถึงไม่ลองขี่ อะไรเลยก็ติว่าเล็กไปกับเป็นจักรยานผู้หญิง เอ่อแต่เจ้าของก็ไม่ได้ต่ำกว่าคุณพี่เลยนะ สุดท้ายรายแรกก็จอดสนิท หลังจากนั้นก็มีคนเมล์มาติดต่อหลายคน บ้างต่อราคาเหลือ 60 ก็ยังมี (~_~) โอ นี่มันจักรยาน Road Bike 21 Speed Aluminium ซื้อมา 300 USD ถึงจะใช้มา 3 ปี แต่พี่ใจร้ายให้ 60 จนมาเจอะนายคนหนึ่งที่ไม่ต่อราคา แต่ขอดูของก่อนเลย เป็นเด็กวิศวะเคมี มาถึงๆ ก็จับๆ ลูบๆ บอกเอาไปลองขี่ได้นะ ก็เอาไปลอง(ในใจกลัวว่าจะปั่นหนีไปเลย) แล้วก็เอากลับมาส่ง เค้าขอ 120 เราไม่ให้ เพราะเราให้ได้มากสุด 140 แต่สุดท้ายก็มาพบกันครึ่งทางที่ 130 ก็ได้ไป คุณน้องก็ไปเบิกเงินสดมาให้(ไม่รับเช็คครับ จะกลับแล้ว)
แล้วก็เดินตัวปลิวกลับไปทำความสะอาดห้องนอน ห้องน้ำ แล้วเก็บของใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย ชั่งน้ำหนักกระเป๋าไม่ให้เกิน 50 ปอนด์ ต่อใบ เรียบร้อย ก็หลับนอนบรรยากาศมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ วิทยาเขตกรีนมา Generate ชื่อตัวเองเป็นซื่อญี่ปุ่นลองเล่นดูที่ http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/969 โดยใส่นามสกุลก่อนแล้วค่อยตามด้วยชื่อ ทั้งหมดต้องเป็นภาษาอังกฤษนะ จากนั้นก็เลือกเพศ ว่าเป็นชายหรือหญิง อันนี้ได้จากการเคาะ space bar ระหว่างนามสกุล กับ ชื่อจริง สองครั้ง ************************************************************************************************* My authentic japanese name is 中澤 Nakazawa (within a swamp) 明 Akira (bright). ************************************************************************************************* -*- นากาซาวะ อากิระ แปลว่า แสงสว่างที่อยู่ ในบึงน้ำ ???? แปลกๆ แฮะ พอลองเคาะ space bar แค่ครั้งเดียวมั่ง ก็ได้เป็น
************************************************************************************************* My authentic japanese name is 中澤 Nakazawa (within a swamp) 溌春 Hatsuharu (vigorous spring time). ************************************************************************************************* นากาซาวะ ฮัทซึฮารุ แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิอันกระฉับกระเฉง ในบึงน้ำ นี่ก็พิลึกไม่แพ้กัน ของนู๋แม้วมั่ง ********************************************************************************************** My authentic japanese name is 福田 Fukuda (fortunate rice field) 久美子 Kumiko (eternal beautiful child). *********************************************************************************************** ฟูคุดะ คูมิโกะ แปลว่า เด็กน้อยที่งามเป็นนิรันดร์ กับ ทุ่งข้าวแห่งโชคดี (อืมความหมายของชื่อนี่คล้ายๆ ชื่อจริงในภาษาไทยเลย) >_< May 02 Hana-mi (ไม่ใช่ข้าวเกรียบรวยเพื่อนนะ)หายไปนานเลยเนอะ ตั้งแต่เริ่มเล่น hi5 ก็แทบไม่ได้มาแวะเวียนมาเขียนอะไรลงในสเปซเลย เพราะ hi5 คนเล่นเยอะ ทำให้เจอเพื่อนๆ รุ่นน้อง รุ่นพี่ ตั้งแต่สม้ยเรียนมัธยม มหาวิทยาลัย ทั้งจาก มช. จุฬา มหิดล บูรพา (แต่ยังตามหาเพื่อนสมัยประถมไม่เจอสักคน) ถึง ฮิห้า จะคนเล่นเยอะแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งเป็นจุดด้อยของ hi5 ก็คือไม่ค่อยสนับสนุนการเขียน blog เท่าไหร่ จัดหน้าไม่ค่อยสวยหรือมีอิสระเท่ากับ space และผู้ให้บริการ blog แบบฟรีเจ้าอื่นๆ รวมทั้งไม่ compatible กับ Windows Live Writer เหมือน space.live หรือ e-blogger เข้าเรื่องดีกว่า พูดถึงนี่ก็เข้าฤดูใบไม้ผลิมาตั้งนานแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนเมษาก็ไปวอชิงตันดีซีเป็นครั้งที่สองในชีวิต เพื่อไปดูเทศกาลซากุระบานแถวๆ capitol mall (ที่เคยไปเมื่อตอนคริสต์มาส) ไปกันห้าคนห้าชีวิตปลอดภัยในวอลโวของ Need สักชั่วโมงกว่าๆ ก็ไปถึง วอชิงตัน
หาที่จอดรถกันเสร็จสรรพเดินไปยังบริเวณทะเลสาปที่เค้าปลูกต้นซากุระจากญี่ปุ่นไว้
เดินไปถ่ายรูปไปนานหลายชั่วโมงทีเดียวกว่าจะได้ฤกษ์กลับ เพราะแสงไม่ค่อยมีแล้ว เราก็ไปแวะซื้อของที่ร้าน grocery คนไทย ไปซื้อขนมกับเครื่องปรุงจากเมืองไทย และสุดท้ายคือการไปกินซูชิที่ดีซี กว่าจะไปถึงประตูห้างก็ปิด แต่สามารถเข้าทางลานจอดรถที่ค่อนข้างลึบลับเพื่อเข้าไปในห้างได้ เมื่อชมทั้งดอกไม้จากญี่ปุ่นและอาหารญี่ปุ่นแล้วก็ได้เวลากลับซะที แต่วันสงกรานต์ก็จะกลับมาดีซีอีกเป็นครั้งที่สาม ช่างผูกพันกับดีซีเหลือเกิน April 17 สงสารน้อง Spaceไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรในสเปซเลย ตั้งแต่มี Hi5 ที่พาเราไปพบ เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ รุ่นน้องรุ่นพี่ ที่ไม่เคยเจอกันเลย สเปซดีกว่า hi5 หน่อยก็ตรงที่มันสนุบการเขียน blog มากกว่า แต่ไม่ค่อยสนับสนุนการอัพรูปเท่าไหร่ ช้ามาก แถมโหลดดูรูปก็ช้า ไม่เหมือน hi5 กับ multiply ได้อย่างเสียอย่างจริงๆ February 16 Always : Sunset on the third street : ภาค 2
ประทับกับภาคสองของภาพยนตร์ที่เคยทำให้หลายคนยิ้มทั้งน้ำตา January 19 Aru e No Tobira : by I WISH
มิวสิควิดีโอ 1 ของวง I WISH
อันนี้นักร้องจากแดนโสม มาออดิชันในญี่ปุ่น ชื่อว่า Younha ใช้เพลงนี้เช่นกัน ตอนนี้ก็ดัง ออก Debut Single เพลง Houshi Boshi(Abandoned Star) ไปแล้ว January 14 Mad TV by Fox : iRack & iRanแมดทีวีตอนนี้ไม่ได้แค่แซวบริษัทแอปเปิล แต่กัด ประธานาธิบดี กับนโยบายการทหารและการต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างเจ็บแสบ และฮามากJanuary 13 Trip Washington 2&3
โปรแกรมท่องเที่ยววอชิงตัน วันที่ 26 และ 27 ธันวาคม ถูกวางแผนขึ้นในคืนวันที่ 25 ตามกำหนดการเดิม เช้า 26 จะเดินไปที่ Washington Monument เพื่อขึ้นไปยังยอดบนสุด รวมทั้งเที่ยวบริเวณนั้น ไปจนถึง Lincoln memorial แล้วตอนบ่ายค่อยเข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์ตามความสนใจของแต่ละคน ทว่าหลังจากออกเดินทางแต่เช้า แวะกินแซนด์วิชและน้ำดื่มกันพออิ่ม แล้วเดินไปถ่ายรูปหน้า capitol ท่ามกลางอากาศขมุกขมัว ท่าทางพยากรณ์อากาศจะแม่นจริงว่าฝนจะตก แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าจะตกเร็วขนาดนี้ (คิดว่าจะตกตอนบ่าย แถมมีโอกาสตกแค่ 30%)รูปหมูเอ๊ย รูปหมู่ ณ หน้า CAPITOLSmithsonian Information Centerหลังจากแวะชม Smithsonian Information Center ได้สักพัก ปรากฎว่าฝนก็ปรอยๆ ลงมา จึงต้องเปลี่ยนแผน ด้วยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแทน โดยแยกย้ายกันไปแล้วแต่ความสนใจจากนั้น ตอนเที่ยงเหล่ารหัส 42 ผู้เฒ่าฟิสิกส์ ทั้งหลายก็แยกตัวไป Air and Space Museum กันก่อน ปล่อยให้พวกเด็กๆ ซึ่งมีเค้าดูต่อไปงานศิลปะ หน้า Air and Space Museum หลายคนบอกว่าไม่เข้าใจว่าเสานี้หมายถึงอะไร บ้างก็เดาว่าเจ้าลูกกลมที่มีเข็มชี้ออกมาเหมือนดาวฤกษ์มั่ง แต่สำหรับคนเรียนดาราศาสตร์หรือฟิสิกส์ดาราศาสตร์มาอย่างข้าพเจ้า มองว่ามันอาจจะใช้แทนหลุมดำ(black hole) หรือ protostar ที่มี จานสะสมมวล accretion disk (ดาวแฉก หกอันนั้นรวมกันแล้วเหมือนมาก) ส่วนเสาสีเงินก็คือ ลำอนุภาคหรือรังสีที่ถูกยิงออกมาจากขั้วแม่เหล็กที่เส้นสนามถูกบิดอันเนื่องมาจากการหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงของหลุมดำหรือ protostar จนเส้นสนามแม่เหล็กบิดพันกันดูเหมือนเส้นเชืกเส้นเล็กๆที่พันรวมกันเป็นเส้นเชือกที่ใหญ่ แล้วกักอนุภาคพลังงานสูงที่ถูกยิงออกมาไว้ภายใน จนเห็นเป็นลำแสงออกมาจากขั้วทั้งสองเรียกว่า Bipolar Jet (-_-!) จินตนาการบรรเจิดมาก แถมรูปเปรียบเทียบด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าการฝ่าฝนออกมาคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่เราก็ไปยังฝ่าไป Air and Space Museum จนได้ แล้วก็ประทังหิวด้วยที่ร้านแมคโดนัลด์ รอพวกเด็กๆ มารวมกันแล้วค่อยฝ่าฝนกลับโรงแรมที่พักเป็นอันจบวันอันเปียกโชกและหนาวเหน็บ แต่ก็ได้ความรู้กับของที่ระลึกกันพอหอมปากหอมคอ หลังจากนั้นก็ไปหาอาหารไทยกินกันที่ร้าน Thai Tanic หลงทาง กับวนหาที่จอดกันนานพอควร แต่ก็คุ้มค่า ได้ลิ้มรสอาหารไทยที่ไม่ได้กินมานานเกือบเดือน และต้องขอบคุณเจ้าของร้าน Thai Tanic , Washington DC ที่แถมกล้วยทอดราดน้ำผึ้งมาเป็นของหวานปิดท้ายให้ เด็กน้อยผู้หิวโซทั้ง 7 ได้ลิ้มลอง ขอบคุณครับไว้มีโอกาสจะกลับไปเยี่ยมเยือนใหม่
รูปหมู่หน้าร้าน Thai Tanic
ส่วนวันที่สองเราก็ตื่นกันแต่เช้าแล้วไปจองตั๋วขึ้นไปบนยอด Washington Monument ถ่ายภาพหมู่หน้า Linconl Memorial แล้วกลับมา Washington Monument แล้วก็แยกย้ายไปพิพิธภัณฑ์เช่นเดิม วันนี้ไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะมา เหอๆLincoln MemorialWashington Monumentรูปหมู่ก่อนขึ้นลิฟต์ไปบนยอด Washington Monument
Washington Monument เมื่อถ่ายจากหน้า Lincoln Memorial บริเวณ Reflectionpool มีนกเป็ดน้ำเต็มไปหมด ป่าด้านข้างก็มีแต่กระรอก
ส่วนรูปก็เอาไปอัพโหลดไว้ใน eddalion.Hi5.com หนา เพื่อนๆ คนไหนอยากดู ก็เข้าไปดูได้ ทำรูปแยกไว้ทั้งสามวัน เหตุที่ต้องเป็น hi5.com เพราะเราพบว่า พวกเพื่อนพี่น้อง ตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ป.ตรี ป.โท และ ป.เอก ทุกคนไปปรากฎตัวอยู่ใน hi5 กันถ้วนหน้า สำหรับขาประจำผู้ติดตามอ่าน blog นี้รวมทั้งคอมเมนท์ให้พอได้ชื่นใจว่าอย่างน้อยก็มีคนที่อ่าน Blog ข้าพเจ้าอยู่ ทั้งคิ้มและเซเลอร์เมย์นั้น ก็ตามไปดูได้เช่นกัน แล้วจะรู้ว่าโลก Hi5 นี่มันกว้างกว่า spaces.live.com ยิ่งนัก แถมยังอัพโหลดรูปง่ายกว่าเสียดายทำ blog กับ hi5 ไม่ค่อยสวย ปรับ Layout ไม่เป็น แถมยังมีลูกเล่นบันเทิงซะเยอะ เลยดูไม่เป็น Blog ผู้ใหญ่ เหมือน blog hard core อื่นๆ ที่เค้าให้เราปรับแต่ง ฐานข้อมูล html ได้ แต่ก็คิดเสียว่า hi5 เป็นแหล่งค้นหาเพื่อนทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ก็แล้วกัน (ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ หรือได้ดั่งใจเราไปทุกอย่าง)นอกเรื่องกันมาพอสมควรแล้ว กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าเนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ชั้นแรกจัดนิทรรศการแสดงไปตามลำดับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ทั้งอาณาจักรพืชและอาณาจักรสัตว์ แต่ดูเหมือนจะเน้นอาณาจักรสัตว์เป็นพิเศษ เพราะมีหลายห้องเหลือเกิน ใครที่เคยปวดหัวกับวิชาอนุกรมวิธาน ในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัย ถ้ามาชมพิพิธภัณฑ์นี้จะเห็นภาพได้ชัดเจนมากครับ เค้าไล่มาตั้งแต่สิ่งมีชีวิตอย่างง่ายตั้งแต่เซลล์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนแล้วมาจบที่ "มนุษย์" ส่วนชั้นสองเป็นห้องแสดงแมลง อัญมณี อารยธรรมมนุษย์ ด้วย ข้ามฝั่งมาทางด้านAir and Space Museum เริ่มตั้งแต่ความฝันของมนุษย์ที่จะบิน ตั้งแต่ยุคโบราณ จักรกลช่วยบิน การพยายามเลียนแบบนก บอลลูน ไปจนถึงการประดิษฐ์เครื่องร่อน เครื่องบิน การพัฒนาปีกแบบต่างๆ การพัฒนาเครื่องยนต์ ตั้งแต่แบบลูกสูบ มาจนถึงเครื่องยนต์ไอพ่น ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการถ่ายทอดความรู้กันมา เพื่อพัฒนาเป็นเครื่องจักรที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ (ซึ่งต้องอาศัยกำลังสมองอย่างสูง แน่นอนว่าทำไม ทรัพย์สินทางปัญญา ถึงเป็นสิ่งที่น่าหวงแหนยิ่ง) จากนั้นก็แยกเป็นการบินพลเรือน กับการบินเพื่อความมั่นคง มีโชว์เครื่องบินรบรุ่นต่างๆ แต่ไม่มีให้เด็กขึ้นไปนั่งดูคอกพิทของ "เครื่องบินรบ" หรอกครับ เค้าให้เด็กดูแต่ห้องควบคุมของ "เครื่องบินพาณิชย์" เท่านั้น (มีนัยสำคัญที่ไม่ต้องการปลูกฝังความรุนแรง และไม่อยากให้เด็กได้ใกล้ชิดอาวุธมาก) แต่ก็ยังไม่วายมีห้องที่จำลองห้องบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ทั้งหน้าและท้ายเรือ ให้ได้เห็นการทำงานของทหารที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วย พร้อมทั้งวีดีโอบรรยายสรรพคุณของหน่วยปฏิบัติการดังกล่าว ทั้งเทคโนโลยี ทีมงาน และการซ้อมรบ ดูแล้วรู้สึกว่าใครจะสู้ประเทศพี่ท่านได้เนี่ย(-_-) จากนั้นก็เป็นการบินอวกาศ โชว์คอมพิวเตอร์ที่ควบคุมยานบิน กระสวยอวกาศ จรวด ข้าวของเครื่องใช้ในยานอวกาศ เซลล์เชื้อเพลิง(รุ่นแรกที่ใหญ่มากๆ) ชุดอวกาศ และประวัติศาสตร์ด้านการบินอวกาศของสหรัฐฯด้านพิพิธภัณฑ์ศิลปะก็ไม่ต่างกัน เค้าเริ่มจัดแสดงตั้งแต่งานศิลปะตะวันตกในยุคแรกๆ ไล่ไปยังอนาคตเรื่อยๆ ให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงงานศิปละร่วมสมัยน่าทึ่งกับพิพิธภัณธ์ดีๆ แบบนี้เหลือเกิน ข้อสังเกตคือ พิพิธภัณฑ์ที่นี่เข้าฟรีครับ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงอะไรเลย คาดว่ารายได้ที่นำมาบำรุงพิพิธภัณฑ์ก็คงมาจาก พวกของที่ระลึก อาหาร รวมทั้งภาษีที่เราจ่ายไปตลอดเวลาที่เราอยู่ในเมือง ทั้งค่าโรงแรม ค่าอาหาร สินค้าต่างๆ ที่น่าประทับใจมากคือการรวมเอาพิพิธภัณฑที่หลากหลายไว้ในบริเวณใกล้เคียงกัน ทั้งด้านธรรมชาติวิทยา ด้านประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ (มีอเมริกันอินเดียน, อเมริกันแอฟริกัน แยกให้ดู) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น อีกทั้งยังเอาไว้ใกล้กับศูนย์กลางการปกครอง อนุสรณ์สถานสำคัญตามประวัติศาสตร์ชาติ รวมทั้งบุคคลสำคัญด้วยทำให้บริเวณ Capital Mall เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าสำคัญ นอกจากจะรับรู้สิ่งสำคัญของประเทศนี้แล้ว ยังใกล้แหล่งความรู้อีกต่างหาก หันมามองเมืองหลวงประเทศสารขัณฑ์กันบ้าง น่าเสียดายที่ ใจกลาง เมืองหลวงกลับเป็นแหล่งค้าขาย ห้างสรรพสินค้า และที่น่าเจ็บแค้นคือมี "สนามม้า" ที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านหน้า ในขณะที่สถานที่ศึกษาระดับสูงที่ควรจะที่มีรถไฟฟ้าวิ่งกลับแทบนับจำนวนได้ แม้มีห้องสมุดก็ต้องเอาห้องสมุดไปใส่ไว้ในห้าง หอศิลป์ ที่ฝันกันเอาไว้ก็ยังคงเป็นฝันกันต่อไป ที่พอให้ชื่นใจคือ "ท้องฟ้าจำลอง" ที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน (^_^)เลือกตั้ง พ.ศ. 2580 อย่าลืม กาพรรคพลังฟิสิกธิปัตย์ ทั้งพรรคทั้งคน ให้เด็กฟิสิกส์เป็นนายกฯ เดี๋ยวเราจะย้ายสนามม้ากับห้างออก เอามาทำพิพิธภัณฑ์ กับหอศิลป์ แบบนี้เอง ('_')/ 555+ January 04 งานเลี้ยงปีใหม่ที่ Maryland 2008วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เหล่าคนไทยใน Newark,DE ก็ได้จัดงานเลี้ยงปีใหม่กันขึ้น สถานที่คือบ้านพี่ ITT และน้อง มิ้ม ที่รัฐ Maryland!!!! อย่าพึ่งตกใจทำไมเราต้องไปฉลองกันข้ามรัฐ เพราะหมู่บ้านของเจ้าบ้านนั้นอยู่ใกล้เขตรอยต่อกับ Delaware พอดี และไม่ไกลจาก Newark เท่าไหร่ ขับรถประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว (ซะงั้น พูดเหมือนอยู่ไกล)สักประมาณค่ำๆ พี่พัทกับหม่อนก็ขับรถมารับ(ก็คนไม่มีรถนี่นา) ไปถึงจุดหมายไม่ดึกมากนัก สังเกตเห็นหลายๆ บ้านก็เปิดไฟเหมือนจะมีปาร์ตี้แล้วกัน ไปถึงสักพักเริ่มต้นด้วย หมูสะเต๊ะ(รอบนี้อด -_-!) ฝีมือพี่พัท ต่อด้วยข้าวผัดปู (สบายล่ะ) และสุดท้ายคือเมนคอร์ส "ส้มตำ" ใช่แล้วส้มตำฝีมือเจ้าบ้านครัวน่ารัก กระทัดรัด แต่ก็พอเพียงพี่อิท : ทานแล้วบอกไม่อร่อยละน่าดู ฮึฮึฮึ ที่สำคัญคืนนี้เครื่องเล่น Wii จะต้องตกเป็นของเรามิ้ม : เอ่อ.....อาหารน่าทานมาก โดยเฉพาะส้มตำ กับขนมจีนอร่อยๆ จริงๆนะพี่ ITT ฝ่ายทีมเหย้า กับขนมจีนในมือ และ จากซ้ายหม่อน(เยือน) มิ้ม(เหย้า)กับดา(ผู้มาเยือนจากอังกฤษ)อันนี้ฝ่ายทีมเยือน ขวาสุด พี่ต้น(โปรผู้มีสิทธิใช้ลูกโบลว์ลิง สีทอง) พี่แป้ง พี่พัท และข้างล่าง Wasพี่ต้น : ใครจะแย่งลูกบอลดาวสีทองไปจากโปรไม่ได้เป็นอันขาดพี่แป้ง : มิกล้า มิกล้าพี่พัท : มิกล้า มิกล้า Too.Was : "รู้ว่าเสี่ยงก็คงต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง"หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้วก็ถึงกิจกรรมหลักสำหรับงานนี้ก็คือ Nintendo Wiiสุดยอดเครื่องเล่มเกมคอนโซลแห่งยุค ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกลัวว่าลูกหลานจะบ้าเล่นเกมจนมือ "หงิก" อีกต่อไป เพราะเกมนี้ นั่งเล่นไม่สนุกเท่ายืนเล่น และต้องออกแรง ทำท่าทางทั้งตัว เรียกได้ว่าเอาไว้ออกกำลังกายในบ้านได้สนุกกว่า เครื่องออกกำลังตระกูล Ab ทั้งหลายและเกมที่เราเอามาเล่นกันก็คือ BigBrain (บริหารสมอง) กับ Wii Sport(บริหารร่างกาย)ซึ่งในชุด Wii Sport นี้มีทั้ง Bowling, ชกมวย , Baseball และ Tennis ให้เลือกเล่นท่าทางการจบวงทอยแก่นของพี่อิท โดยมีโปรต้นยืนคุมเชิงอยู่อยู่ห่างๆ (อาจจะกลัวถูกเขย่าตำแหน่งโปร)พี่อิท : วงสวยขนาดนี้ไทเกอร์ วูด ยังต้องอายพี่ต้น : นั่นเค้าตีกอลฟ์ไม่ได้เล่นโบวล์ลิง!!
น้องดาผู้มาเยือนจากแดนผู้ดี รายนี้แม้จะเล่นเป็นครั้งแรกแต่ก็ทำ strike จนโปรต้นหนาวๆ ร้อนๆดา : ดาไม่เคยเล่นนะคะ อ่ะ โอ๊!!! Strike!!!Pro ต้น : o_0 ไม่จริงน่า...ซึ่งหลังจากนั้น ดาก็ทำ Srike เป็นว่าเล่น จนโปรต้นรู้สึกร้อนรุ่ม แม้ว่าข้างนอกจะหนาวก็ตาม
โปรต้น : David Love The 3rd เคยกล่าวเอาไว้ว่า "การจบวงสวย ก็นำมาซึ่งผลการเล่นที่ดี"พี่อิท : David Love ที่สาม เค้าเป็นนักกอฟล์นะครับ??++มิ้ม : ตัวเอง อย่าทำ โปรต้นเสียความมั่นใจดิ๊พี่อิท : จ้า จ้า ...
Was : โปรต้นเป็นเอามากนะครับพี่แป้ง : ช่างเถอะ ยิ่งสูงยิ่งหนาวก็อย่างนี้แหละหม่อน : อืม.... อื่ม... อื้ม....
สำหรับนักวิจัยหลังปริญญาเอก สาขาฟิสิกส์ อย่างพี่แป้ง ก่อนจะเริ่มทอยแก่นนั้น จำเป็นต้องคำนวณทิศทาง ตลอดจนแรงที่ใช้อย่างเหมาะสมพี่แป้ง : "อืม.... โมเมนตัมเท่านี้ ลูกโบว์ลลิง มีสองแกนหมุนแยกคิดทีละแกนก่อนดีกว่า มีโมเมนตัมเชิงมุมสองทิศ ไหนจะโมเมนตัมเชิงเส้น ถ้าใส่สปินเยอะไปเดี๋ยวเลี้ยวตกท่ออีก อืม..... 2 1 2 , 2 2 4, 2 3 6, ซ้อง สี่ แปด .... เหวย!!! ปวดหัว Shoot'em up!!! (ยิงแ..ง เลย!!!) " (-_-!)
พี่พัทเจ้าของเครื่อง Wii กับหม่อน ท่าทางจะอยากเล่น หรือว่าเล่นจนเบื่อแล้วพี่พัท : พี่แป้งนี่เป็นเอามากนะ เด็กฟิสิกส์เป็นอย่างนี้กันหมดทุกคนเลยหรือไง (-_-)หม่อน : ท่าจะจริงนะ แต่นี่ตัวเอง พูดจาไม่กลัวย้อนกลับมาเข้าตัวเลยนะ! (+_+)
ท่าจบวงสวิงของหม่อนโปรต้น : ฮึฮึ ยังอีกไกลกว่าจะโค่นข้าได้WAS : เหอ เหอ
แล้วก็มายิ้มกริ่ม คิดในใจ "ทอดตาทั่วแผนดิน Newark จะหาใครทัดเทียมโปรอย่างเราได้"
ซึ่งแน่นอนว่าการละเล่นย่อมเพลิดเพลินเจริญใจ ตั้งแต่ Wii Sport ไปจนถึง Big Brain จนเรา "ลืมเคาท์ดาว์น" ครับพี่น้อง เล่นเพลินจนลืมเคาท์ดาวน์ แต่ไม่เป็นไรยังไงตำแหน่งโปรก็ยังคงเดิม -_ - อ่าวซะงั้น
ก่อนกลับก็ต้องถ่ายรูปหมู่ (แล้วใครจะกรอกน้ำแอบเปิลเข้าปากล่ะนั่น) และเป็นที่แน่นอนว่าวันนี้ Wii จะต้องค้างบ้านพี่อิท หนึ่งคืน (ตามแผน)Trip Washington DC ตอนที่ 1วันที่ 25 ธันวาคม 2550 ก็ได้ฤกษ์เดินทางไป Washington DC เสียที เวลาประมาณ 8.00 น. ด้วยความกรุณาจากพี่แป้งกับพี่พัฒน์ก็ขับรถมารับพาไปส่งที่สถานีรถไฟ Amtrak-Wilmington ของบริษัท Amtrak เมือง Wilmington อันเป็นเมืองธุรกิจและเมืองหลวงของรัฐ Delawareใช้เวลา 15 นาที กับเครื่อง GPS พูดได้ แต่ก็ยังเลี้ยวผิดทาง ก่อนถึงสถานีนิดเดียวเอง ที่ตลกคือเจ้าเครื่อง GPS จากที่เคยพูดได้พูดดีกลับเงียบสนิทพร้อมทั้งปรากฎเครื่องหมาย [?] บนหน้าจอสีฟ้า แสดงว่า GPS ก็งงเป็น แบบนี้เราน่าจะเขียนโปรแกรมให้เครื่อง GPS รู้ได้ว่า "ผู้ใช้" กำลัง "หลงทาง" ก็ให้เตือนแล้วถามว่าจะให้ค้นหาเส้นทางใหม่หรือไม่อย่างไร ถ้าใช่ก็ให้ GPS ใช้ตำแหน่งปัจจุบัน(ที่อยู่ผิดที่ผิดทาง) เป็นจุดเริ่มต้น ส่วนจุดหมายก็เหมือนเดิม จากนั้นก็ค้นหาเส้นทางใหม่ ซึ่งอัลกอริทึมแบบนี้ไม่น่าจะยาก อ่ะ!! นอกเรื่องอีกแล้วก็ไม่อยากสำหรับการกลับเข้าเส้นทางเดิม ลงรถลาท่านพี่ทั้งสองเข้าไปในสถานี ก็ต้องไปเอาตั๋วออกมาก่อน โดยมีสองวิธีคือ เอาเลขลำดับการจองที่พิมพ์ออกมาทางอินเตอร์เนต กับ ID Card หรือ Passport ไปที่เคาท์เตอร์ ก็จะได้ตั๋วมา หรือเอาบัตรเครดิตหรือเดบิตที่เราระบุว่าให้ตัดยอดจากบัตรดังกล่าวไปเสียบในเครื่องอัตโนมัติหน้าตาแบบนี้ | ||